This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

แทบช็อก! ถอนเงิน 530,000 แบงค์ดัง แต่พอไปถึงโชว์รูมรถ เปิดมาดูถึงกับใจสลาย

 ที่มา http://pantip.com/topic/34706059
วันที่ 21/1/59 เวลาประมาณเที่ยงผมได้ไปถอนเงิน ธนาคารแห่งหนึ่ง สุเทพ เชียงใหม่ จำนวนเงิน 530,000 บาท
เป็นเงินสดเผื่อเอาไปซื้อรถยนต์ (ขอพาดพิงศูนย์รถเลยนะครับ เพราะทางผู้จัดการสาขาระบุว่า ตอนที่ศูนย์นับเงินเรานั่งอยู่กับเค้าด้วยรึป่าว
ศูนย์มาสด้า มหิดล เชียงใหม่ครับ) ช่วงจังหวะที่ถอนเงิน ผมยอมรับตัวผมเองด้วยว่าประมาทไม่ได้สังเกตุแบงค์ข้างในปึก สังเกตุแค่ว่าครบปึกละ 100 ใบไหม
ซึ่งโดยปกติคงไม่มีมองทันอยู่แล้วว่าในนั้นมีแบงค์พันทั้งหมดหรือไม่ เพราะเครื่องมันนับไวมาก พอพนักงานนับให้ครบจำนวนก็เอาใส่ถุงเงินทันที
ตัวผมเองก็ประมาทไม่ได้คลี่เงินออกมาดู และออกจากธนาคารเผื่อมารับประทานอาหารก่อนรับรถ โดยใส่ไว้ในเกะหน้ารถของตัวผมเอง

 หลังจากทานอาหารเสร็จก็มุ่งหน้าไปเอารถที่ศูนย์รถยนต์ โดยที่ผมเดินถือเงินเข้าโชว์รูม แต่คนที่ยื่นซองให้พนักงานธุรการเข้าไปนับเงินคือ น้องสาวผม
หลังจากยื่นเงินให้พนักงานธุรการน้องสาวก็เดินเข้าไปในห้องธุรการ ส่วนตัวผมนั่งคุยเรื่องรายละเอียดรถครั้งสุดท้ายกับเซลล์อีกครั้งหนึ่ง
หลังจากนั้นทางธุรการแจ้งให้น้องผมทราบ โดยที่น้องผมนั่งอยู่ที่โต๊ะกับธุรการว่า ในแบงค์ 1000 จำนวน 5 ปึก มี 2 ปึกที่มีแบงค์ 500 สอดใส้
อยู่ตรงกลางของปึก จึงถ่ายไว้เป็นหลักฐานตามรูป และนำเงินก้อนดังกล่าวกลับ ธนาคารกสิกรไทย สาขา มหิดลในทันที




จากรูปจะสังเกตุได้ว่าปึกที่มีแบงค์ 500 สอดใส้จะไม่มีลายเซ็นต์พนักงานที่เช็คเงินก่อนเก็บ
ปึกที่ครบจะมีลายเซ็นต์ของพนักงาน ซึ่งตรงนี้มันส่อทุจริตมาก

หลังจากที่ผมกลับไปคุยกับทางธนาคาร โดยได้คุยกับผู้จัดการโดยตรง และพนักงานที่ทำรายการให้ผม
ทางผู้จัดการยืนยันกับผมว่า ไม่พบการธุรจริต เงินในธนาคารวันนั้นไม่มีขาดหรือเกิน
จึงถามทางผมกลับว่า ผมได้เปลี่ยนมือใครถือเงินไหม,ตอนทางศูนย์นับเงินเราเห็นตอนเค้านับไหม
ซึ่งจากใจผมตรงๆ เลยมันเป็นการกล่าวหาผมโดยใช้คำสุภาพแท้ๆ ด้วยความเคารพ
เพราะผมแจ้งไปว่าเงินยังไม่ได้แกะจากมัดเลย ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะยัดแบงค์ 500 เข้าไปกลางปึกแบบนั้น
โดยได้ข้อสรุปว่า เงินไม่ได้ขาดจากธนาคารและหายจากทางผมหรือทางศูนย์รถ
เดี๋ยวช่วงเย็นๆ ผมจะไปลงบันทึกประจำวันกับทางตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ใจของผมเช่นกัน

ที่มา :http://www.siamupdate.com/news-180392

พลิกตำนาน! จระเข้ยักษ์ ที่กินคนมากที่สุดในไทย ก่อนที่มันตาย ได้ทำสิ่งที่ทำให้คนทั้งหมู่บ้านขนลุก?!

  ทราบกันหรือไม่ว่าในอดีตเคยมีจระเข้ที่ออกอาละวาดไล่กินคนมาแล้ว โดยไม่ต้องอาศัยน้ำท่วมเมืองแต่อย่างใด จระเข้ที่จะเขียนถึงในครั้งนี้มีชื่อเรียกกันจนคุ้นหูคนไทยจนถึงปัจจุบันพวก มันคือ " ไอ้ด่าง " จระเข้ที่ชื่อไอ้ด่างมีอยู่ด้วยกัน 2 ตัว ตัวแรกคือ "ไอ้ด่างเกยชัย" ส่วนอีกตัวคือ "ไอ้ด่างคลองบางมุด" ซึ่งทั้งสองตัวเป็นจระเข้กินคนที่อาละวาดสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนในยุคสมัยนั้น

 ดังนั้นอย่าจำสับสนกันระหว่าง ไอ้ด่างเกยชัย กับ ไอ้ด่างคลองบางมุด เพราะ เจ้าจระเข้สองตัวนี้แม้จะชื่อเรียกว่าไอ้ด่างเหมือนกันแต่พวกมันมีชื่อเสียง กันคนละยุคสมัย ไอ้ด่างเกยชัยนั้นถือว่าเป็นจระเข้กินคนรุ่นพี่เพราะมีเรื่องราวและ ประวัติการปรากฏตัวอาละวาดกินคนที่แม่น้ำน่าน ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 บ้านเกยชัย จ.นครสวรรค์ (ปัจจุบันคือ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) สำหรับชื่อหรือฉายาของไอ้ด่างเกยชัยนั้นเพราะปลายจมูกมันมีดวงด่างสีขาวเป็น จุดเด่น แต่ไอ้ด่างเกยชัยก็สิ้นชีพด้วยหอกของหมอจระเข้ 2 คน และหัวของมันถูกตัดเก็บไว้ ว่ากันว่ามีความใหญ่ถึงขนาดหัวถึงหางสามารถนอนขวางลำน้ำจากฝั่งหนึ่งถึงอีก ฝั่งหนึ่งได้ ถ้าเป็นเรื่องจริงดังบันทึกก็หมายความว่าไอ้ด่างเกยชัยมีขนาดความยาวลำตัว ยาวถึง 9-10 เมตรเลยทีเดียว แต่ น่าเสียดายที่เรื่องราวของไอ้ด่างเกยชัยซึ่งมีบันทึกอยู่ใสมุดบันทึกของกรม พระยาดำรงราชานุภาพเมื่อคราวที่ท่านเสด็จไปตรวจราชการที่เมืองเหนือได้ บันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของไอ้ด่างเกยชัยไว้เพียงสั้นๆแค่ 2 บรรทัดมีใจความว่า ที่มีศีรษะของจระเข้ใหญ่ เป็นจระเข้กินคน ชาวบ้านเล่าลือกันว่าเป็นจระเข้เจ้า มีพระยาคนหนึ่งได้นำเอาศีรษะจระเข้นี้เข้ากรุงเทพฯ และได้ขายต่อให้ชาวต่างชาติไป เป็นอันจบกันสำหรับเรื่องราวของศีรษะจระเข้ใหญ่ สำหรับบันทึกของกรมพระยาดำรงราชานุภาพของท่านตอนนี้สามารถสืบค้นได้ที่หอ สมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี
 แต่ เรื่องราวของไอ้ด่างเกยชัยมักจะมีคนจำสับสนกับไอ้ด่างคลองบางมุด จระเข้น้ำเค็มมีขนาดลำตัวยาวกว่า 5 เมตร และเคยอาละวาดกินคนเช่นเดียวกันแต่คนละสถานที่ เพราะไอ้ด่างตัวที่สองนี้อาละวาดกินผู้คนที่คลองบางมุด อ.หลังสวน จ.ชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2507 ซึ่งเรื่องราวของไอ้ด่างคลองบางมุดนี้โด่งดังจนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทย ถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว โดยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 ใช้ชื่อว่า " ไอ้ด่างเกยชัย " นำแสดงโดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ สรารัตน์ หรุ่มเรืองวงศ์ ครั้งที่สองในปี 2548 ใช้ชื่อว่า " โคตรเพชฌฆาต " นำแสดงโดย ชาติชาย งามสรรพ์ และ จิรภัทร์ วงศ์ไพศาลลักษณ์ กำกับโดย อนัตย วงเงิน ส่วนไอ้ด่างคลองบางมุดนี่ปรากฏเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ในปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2507 เป็นเรื่องราวชวนสยองขวัญเกี่ยวกับจระเข้ยักษ์กินคน และไอ้ด่างตัวที่สองนี่ล่ะที่มีเรื่องราวที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานข้อมูลค่อน ข้างชัดเจนรวมถึงมีภาพข่าวตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆในยุคสมัยนั้นเราลองมาทำ ความรู้จักกับไอ้ด่างจระเข้กินคนตัวนี้กันดีกว่า

 ย้อน กลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2507 ปลายเดือนตุลาคม ได้ปรากฏข่าวที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับผู้คนในยุคสมัยนั้น โดยเฉพาะชาวคลองบางมุด บ้านหนองไก่ปิ้ง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เกี่ยวกับจระเข้ที่ออกอาละวาดกินคนไปหลายคน และเริ่มเป็นข่าวสะเทือนขวัญยิ่งขึ้น เมื่อนายอุดม ชาวบ้าน ต.นาขา ลงไปอาบน้ำในคลองถูกจระเข้คาบไปกินต่อหน้าต่อตาชาวบ้านนับสิบ และอีก 2-3 วันต่อมาก็ถึงคิวของนายอิน ชาวเขมร บ้านเดิมอยู่ จ.ตราด มาตั้งรกรากที่คลองบางมุดได้นำเรือเล็กไปตัดจากเพื่อนำมามุงหลังคาบ้าน ขณะยืนตัดกิ่งจากอยู่ในเรือ จระเข้ยักษ์ก็พุ่งตัวขึ้นมาบนเรือคาบขานายอิน ตกลงไปในน้ำ แม้นายอินจะพยายามดิ้นและเกาะแคมเรือร้องเรียกให้ภรรยาซึ่งอยู่บนฝั่งช่วย เธอก็พยายามกระพุ่มน้ำและส่งเสียงไล่แต่ไม่เป็นผลจระเข้ยักษ์ได้คาบนายอินลง ไปใต้ท้องน้ำต่อหน้าต่อตา รุ่งขึ้นศพนายอินลอยขึ้นมาพบว่าถูกกินเฉพาะส่วนท้องเช่นเดียวกับนายอุดม นับจากนั้นการไล่ล่าเริ่มขึ้นจระเข้กินคนก็เริ่มขึ้น โดยทีมแรกเป็นกลุ่มของ ส.ต.อ.บุญโชติ และครูสมพงษ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายอินถึงกับลาราชการเพื่อออกล่าจระเข้ล้างแค้นแทนเพื่อน โดยร่วมกับนายแดง เจ้าของโรงสีแต่การล่าไม่ประสบความสำเร็จแถมนายแดงเกือบต้องเอาชีวิตมาทิ้ง ด้วยคมเขี้ยวของจระเข้ยักษ์ เมื่อเรือของนายแดงที่ทำหน้าที่คัดท้ายเรือพลิกคว่ำก็โดนจระเข้เข้าโจนตี แต่รอดมาได้เพราะทีมไล่ล่าระดมยิงปืนเข้าใส่จระเข้ที่กำลังจะพุ่งเข้าหานาย แดงที่กำลังลอยคออยู่ในน้ำ เพราะจระเข้โผล่ขึ้นมาจนเห็นได้ชัดเจนว่าามันมีสีดำทั้งส่วนลำตัวและส่วนหัว ยกเว้นที่คอเท่านั้นที่มีสีขาวคาดอยู่รอบลำคอ จึงเป็นที่มาของชื่อ " ไอ้ด่าง " นั่นเอง
 จาก เหตุการณ์ในวันนั้นข่าวของไอ้ด่างจระเข้ยักษ์กินคนก็โด่งดัง จึงมีคำสั่งให้ตำรวจหน่วยพลร่ม "เสือดำ" 2 นาย จากค่ายนเรศวรหัวหินร่วมกับชาวบ้านและคณะของ ส.ต.อ.บุญโชติ โดยการตีวงโอบล้อมตั้งแต่ปากอ่าวตะโกและจากคลองบางมุดเข้าหากัน การติดตามค้นหาตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนเย็นไอ้ด่างก็ปรากฏตัวขึ้นเรือของ ส.ต.อ.บุญโชติและครูสมพงษ์ซึ่งพบเห็นจึงได้บอกให้คนคัดท้ายเรือชื่อนายหนึด เร่งพายเข้าไปใกล้ๆเพื่อจะได้ยิงในระยะหวังผล แต่นายหนึดกลับกลัวจนพายเรือไม่ได้ทำให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายแต่ในวัน รุ่งขึ้นชาวบ้านสองคนก็ผวากับไอ้ด่างอีกครั้ง เมื่อมันโผล่มาระหว่างเรือทั้งสองลำของชาวบ้าน และเรื่องนี้ทำให้ครูสมพงษ์ได้อาสาออกไปนั่งห้างพร้อมกับปืนไรเฟิล โดยใช้สุนัขผูกไว้บนแพเพื่อล่อไอ้ด่าง เช่นเดียวกับชุดไล่ล่าของตำรวจซึ่งก็คว้าน้ำเหลว นอกจากนั้นยังมีชายคนหนึ่งชื่อนายหะหมัด อายุ 65 ปี ชาว ต.เขาสง อ.ท่าชนะ เป็นพรานจระะเข้ใช้วิธีลุยเดี่ยวลงเรือเล็กไปล่าไอ้ด่าง โดยพรานจระเข้รายนี้บอกว่าเขาเคยล่าจระเข้ด้วยหอกประจำตัวมาแล้วถึง 15 ตัว แต่แม้จะมีการออกไล่ล่าไอ้ด่างทุกวันแต่ก็ไม่มีใครสามารถล่าจระเข้กินคนตัว นี้ได้ จนเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่ 1 กันยายน ทำให้ชื่อเสียงของไอ้ด่างคลองบางมุดเข้าไปเกาะกุมสร้างความหวาดผวาให้กับผู้ คนทั่วประเทศ ความโด่งดังของมันถึงขนาดมีคณะถ่ายทำภาพยนตร์ไล่ตามพรานจระเข้เพื่อถ่ายทำ เป็นภาพยนตร์สารคดีไปทุกระยะเตรียมส่งฉายทั่วโลก โทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม ปัจจุบันคือช่อง 9 อสมท. ก็ทำสารคดี " สองฟากทางรถไฟ " แพร่ภาพเรื่องของ " ไอ้ด่าง " ฉายออกทั่วประเทศ

เรื่องมันยาวมากขอรวบรัดเอาตอนจระเข้โดนจับเลยก็แล้วกัน

การ ไล่ล่าไอ้ด่างครั้งใหญ่จบลงด้วยความล้มเหลว ซึ่งหลายคนคาดว่าเป็นเพราะก่อนหน้านั้นมีการไล่ล่าอยู่หลายครั้งรวมถึงช่วง นั้นระดับน้ำขึ้นสูงและมีน้ำเหนือไหลบ่าทำให้น้ำเชี่ยวกรากจระเข้น้อยใหญ่ ถูกรบกวนจึงย้ายถิ่นหนีไปอยู่ที่อื่น จากเหตุดังกล่าวทำให้พักการออกล่าจระเข้ยักษ์ไว้ชั่วคราวจนกว่าน้ำจะลดลงสู่ ระดับปกติ

แต่ หลังจากนั้นไม่นานในวันที่ 18 พฤศจิกายน บริเวณคลองเขาปีบเขตติดต่อระหว่าง อ.หลังสวน กับ อ.สวี ไอ้ด่างก็ปรากฏตัวอีกครั้ง โดยครั้งนี้มันคาบเอานายช้วน พิมาน ชาวบ้านในคลองเขาปีบแล้วดำหายลงไปในคลองนั่นเอง ทำให้ชาวบ้านในคลองเขาปีบไม่มีใครกล้าพายเรือในคลองนี้ และเรื่องของนายช้วนทำให้ ส.อ.ห้วง พิมาน กับ ส.อ.จำนง พิมาน ญาติของนายช้วนซึ่งเป็นทหารประจำค่ายทหารบกชุมพรไปรายงานผู้บังคับบัญชาขอลา และขออนุมัติตามล่าจระเข้ยักษ์โดยใช้อาวุธ ซึ่งผู้บังคับบัญชามีคำสั่งอนุญาต ในการออกเดินทางครั้งนี้นอกจาก ส.อ.ห้วง พิมาน และ ส.อ.จำนง พิมาน แล้วได้มีผู้ร่วมเดินทางไปปราบจระเข้ยักษ์อีก 4 คน คือ ร.ท.ลิขิต จันทโรทัย, ร.ท.มาโนช เขียนยาคำ, ส.อ.ละออ นาคจิตติ ขณะที่คณะล่าจระเข้ไปถึงได้พบว่าชาวบ้านประมาณ 100 กว่าคนพร้อมด้วยอาวุธปืนและฉมวกกำลังค้นหาจระเข้ยักษ์และศพนายช้วน ตีแนวขนานทั้งสอง ซึ่งในที่สุดได้ค้นพบศพนายช้วน อยู่ใต้รากไม้ริมตลิ่ง ถูกไอ้ด่างจระเข้ยักษ์ลากไปขัดไว้ และไม่มีทางที่จะดึงออกมาได้ ต้องให้นักประดาน้ำดำลงไปใช้เชือกผูกศพแล้วใช้คนกว่า 20 คนช่วยกันดึงจึงลากศพนายช้วนออกมาได้ ปรากฏว่าศพนายช้วนมีสภาพที่แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี จาก แหล่งที่พบศพของนายช้วนทำให้คณะที่ติดตามไล่ล่าไอ้ด่างรู้ว่ามันอยู่ใน บริเวณนั้น ส.อ.ห้วง ได้ใช้ระเบิดลงไปในบริเวณที่เป็นแหล่งกบดานของไอ้ด่าง โดยระเบิดลูกที่สองทำให้ไอ้ด่างต้องออกมาจากที่ซ่อนใต้น้ำของมัน และรีบว่ายน้ำหนีแต่ก็ไปไม่รอดเมื่อระเบิดลูกที่สามโดนขว้างเข้าใส่ เป็นการปิดฉากความโหดร้ายของจระเข้ยักษ์กินคน " ไอ้ด่างคลองบางมุด "
จาก การวัดซากของไอ้ด่างมีความยาวจากหัวถึงหาง 4.25 เมตร รอบตัว 1.75 เมตร จากหัวถึงคอ 25 นิ้ว อ้าปากกว้าง 20 นิ้ว และเป็นจระเข้ตัวเมียเพราะก้อนขี้หมาบนจมูกของมันนูนโผล่ขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากนั้นชำแหละซากไอ้ด่างเพื่อทำสต๊าฟไว้ เมื่อผ่าลงไปในท้องก็พบกระดูกในท้องไอ้ด่างมากมาย และยืนยันได้ว่ากินคนแน่

หลังจากผ่าชำแหละแล้วได้พบบาดแผลที่เห็นได้อย่างชัดเจนในซาก " ไอ้ด่าง " ดังนี้

ขา หน้าด้านขวาถูกกระสุนปืนลูกโดดฝังในด้านซ้ายของลำตัว เนื้อเละไปทั้งแถบ ด้านคอขวาเป็นรูเน่าซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ไอ้ด่างพบจุดจบ ส่วนสันหลังบริเวณกว้างยาว 1 ศอกยุ่ยเป็นรอยไหม้ ซี่โครงหักหลายซี่เพราะถูกแรงระเบิด โดยเฉพาะเมื่อผ่าแหวะกระเพาะของไอ้ด่างทำให้นายบุญถึงและเจ้าหน้าที่ 10 กว่าคนต้องตะลึงเมื่อพบว่า นอกจากเศษอิฐ เศษหินแล้วยังพบกระโหลกมนุษย์ถึง 2 หัว ยังอยู่ในสภาพมีเศษผมติดบนหนังศีรษะอยู่ นอกจากนี้ยังพบกระดูกส่วนขากับสะบ้าจากเข่าคน และนอกจากนั้นยังมีตะขอเหล็กขนาดใหญ่อีกหนึ่งตัวด้วย

และ จากการพบส่วนกระโหลกศีรษะมนุษย์ทั้ง 2 หัวจากท้องของจระเข้ยักษ์ตัวนี้ เป็นการยืนยันได้ชัดเจนว่ามันคือไอ้ด่างอย่างแน่นอน และนอกจากนั้นยังเป็นบทพิสูจน์ได้ด้วยว่าไอ้ด่างเคยกินคนมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะศพที่มันกินครั้งหลังสุดที่เป็นข่าว 6 คน มันกินเฉพาะส่วนท้องเท่านั้น

สำหรับ ซากของไอ้ด่าง มีการถูกซื้อขายกันไปหลายครั้งเพื่อนำไปแสดงโชว์ ซึ่งทุกครั้งก็ได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก โดยครั้งสุดท้ายถูกขายไปในราคา 23,000 บาท ให้กับนายไห้ แซ่เซ็ง

แม้วันเวลาจะผ่านมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว ตำนานความโหดร้ายของ " ไอ้ด่างคลองบางมุด " ยัง คงเป็นที่จดจำของคนไทยอีกหลายคน และในช่วงน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาก็ยังถือว่าโชคดีที่ไม่มีไอ้ด่างตัวที่ 3 ออกมาสร้างความสยดสยองให้กับคนไทย


http://www.siamupdate.com/news-180407

โปรไฟล์ ไม่ธรรมดาเผยประวัติ โบว์ แวนด้า ภรรยาคนเก่งของ ปอ ทฤษฎี คุณแม่ผู้เข้มแข็งของ น้องมะลิ

ประวัติโบว์ แวนด้า

   แวนด้า มุททาสุวรรณ (สกุลเดิม คือ ฉิ่งเล็ก) หรือ แวนด้า สหวงษ์ ชื่อเล่น โบว์, ด้า
อดีตเธอเคยเป็นนักกีฬาเทควันโด ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นพิธีกรรายการทีวี
 และ โบว์ แวนด้า ยังเคยทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่องทรูวิชั่นส์อีกด้วย
 เส้นทางความรักระหว่าง โบว์ แวนด้า กับ ปอ ทฤษฎี

             สำหรับความรักของ โบว์ แวนด้า และ ปอ ทฤษฎี นั้น ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปี อาน้ำอ้อย ผู้ได้ออกมากล่าวถึงความรักของทั้งคู่ว่า ก่อนหน้านี้ ปอเคยพยายามขอ โบว์ แวนด้า แต่งงาน แต่ฝ่ายหญิงยังไม่พร้อม ประกอบกับทั้งสองคนคิดว่าอยากให้ลูกได้อยู่ในงานแต่งด้วย จึงจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันก่อน

 กระทั่งต่อมา โบว์ แวนด้า ได้ตั้งครรภ์และคลอดลูกสาวเมื่อปี 2556 ซึ่งหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ได้ตั้งชื่อให้ลูกสาวสุดที่รักว่า น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ เพราะอยากให้ลูกได้มีชื่อแบบไทย ๆ ปอ ทฤษฎี ได้เคยออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการวางแพลนเข้าประตูวิวาห์กับสาว โบว์ แวนด้า ด้วยส่วนเรื่องน้องมะลิที่ไม่ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ เพราะฝ่ายหญิงอยากรอให้เวลาเหมาะสมก่อนถึงออกมาพูด

เป็นยังไงกันบ้างล่ะค่ะ ถือว่าเธอก็เป็นคนสู้ชีวิตอีกคนนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตไปอีกขั้น

แต่ยังไงแอดมินก็ขอแสดงความเสียใจกับแม่ โบว์ แวนด้า ด้วยนะค่ะ ยังไงก็ขอให้สู้ๆ เพื่อน้องมะลินะค่ะน้องน่ารักมากค่ะ



 http://www.siamupdate.com/news-180397

รักแท้! หนุ่มไม่หล่อ แต่ได้แฟนสาวฝรั่ง สวยอย่างกับ "นางฟ้า" และนี่คือภาพวันแต่งงานของเขา

 เรียบเรียงข้อมูลโดย ทีมงานสยามอัพเดท
ที่มา https://www.facebook.com/viroj.tuntikula?fref=ts
ผู้สื่อข่าวสยามอัพเดท ได้รับรายงานว่า ขณะนี้บนโลกโซเชี่ยล ได้มีการแชร์ภาพและข้อมูลของคุณ Viroj ผู้เชี่ยวชาญด้านเมืองเขมร ที่เรารู้จักกันดี โดยวันนี้ เขาได้แชร์
เรื่องราวของความรักที่น่าประทับใจได้เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ หนุ่มอินโดแต่งสาวฝรั่ง โดยหนุ่มเขมร และเขาได้พบรักกับสาวสวยราวกับนางฟ้า ชาวอังกฤษ ซึ่งอยู่กันคนละซีกโลก แต่ทั้งคู่ก็ได้พบกันและรักกัน จนตกลงปลงใจแต่งงานกัน

        ถึงแม้ว่าการที่ หนุ่มเขมรแต่งสาวฝรั่ง ในครั้งนี้ จะมีบางคนที่บอกว่าทั้งคู่ดูไม่เหมาะสมกัน ทั้งในด้านฐานะ รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ และปัจจัยอื่นๆ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่รักกันน้อยลงเลย แต่เมื่อมีอุปสรรคเข้ามากลับทำให้พวกเขารักกันมากยิ่งขึ้น

และถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่หรูหรา ไม่ได้กินอาหารแพงๆ ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่เพียงพวกเขามีกันและกัน ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นั่นก็เป็นความสุขที่สุดแล้ว เมื่อเรื่องราวที่ หนุ่มอินโดแต่งงานฝรั่ง ถูกเผยแพร่ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้คนโสดหลายคนอิจฉา และอยากมีคู่ชีวิตดีๆแบบนี้บ้าง




http://www.siamupdate.com/news-180373

แชร์ด่วน!! ขอความช่วยเหลือ ตามหาคนหาย คุณตาวัย 73 หายออกจากบ้านไปตั้งแต่ 9/1/59

ตามหาคนหาย!!! ชื่อนายวรวิทย์. สายสนิท อายุ 73 ปี สูง 160 ซม. ผิวสองสี 
หายไปตั้งแต่วันที่ 9/1/59 ตั้งแต่เวลา 19.00 น.โดยบอกว่าจะนั่งรถไฟฟรีไปขอนแก่น และจะต่อรถเพื่อไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งไปเที่ยวโดยลำพัง จนปัจจุบันยังไม่กลับมาบ้านเลยเป็นเวลา 11 วันแล้ว และไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากใช้โทรศัพท์ไม่เป็น
ใครที่พบเบาะแส หรือ เจอบุคคลดังกล่าวกรุณาแจ้งกลับมาที่ คุณนริสา โทรศัพท์ 084-077-1572 คนที่บ้านเป็นห่วงมากค่ะ


http://www.siamupdate.com/news-180370

"มรภ.บร." เผย "ปอ" ตอนมีชีวิต เคยมอบทุนให้ นศ. เรียนจนจบ ป.ตรี

"มรภ.บร." เผย "ปอ ทฤษฎี" ตอนขณะมีชีวิตอยู่
เคยมอบทุนการ ศึกษาให้ นศ. เรียนจบ ป.ตรี เป็นประจำทุกปี


วันที่ 21 มกราคม เวลา 19.30 น. ภายหลังพิธีสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ นายทฤษฎี สหวงษ์ (ปอ) เสร็จ ทางคณะอาจารย์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (มรภ.บร.) ได้เปิดเผยว่า ขณะที่ นายทฤษฎี สหวงษ์ (ปอ) ยังมีชีวิตอยู่ ได้อุปการะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ด้วยการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษา เป็นประจำทุกปี

ขณะเดี่ยวกัน พิธีกรในงานได้ประกาศ ให้แขกที่มาร่วมในงานบำเพ็ญกุศลศพ นายทฤษฎี สหวงษ์ (ปอ) ทราบว่า นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่เป็นจิตอาสาจำนวนหลายสิบคน ที่มาทำหน้าที่เสิร์ฟน้ำ และช่วยญาติต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมไว้อาลัย เป็นกลุ่มนักศึกษาที่พระเอกหนุ่มมอบทุนการศึกษาให้เรียนจนจบปริญญาตรี โดยไม่ได้เจาะจงเฉพาะเด็กที่เรียนดี  แต่ยังมอบให้กับเด็กที่พร้อมจะเป็นจิตอาสา สร้างคุณงามความดี ทำประโยชน์ช่วยเหลือสังคม จึงพร้อมใจกันมาช่วยงาน เป็นการตอบแทนโอกาสทางการศึกษาที่พี่ปอมอบให้ โดยหวังว่าดวงวิญญาณของพี่ปอจะสู่สรวงสวรรค์
ที่มา ; http://board.postjung.com/942036.html

ผิวถนนหลังหิมะตกในแถบกรุงวอชิงตันลื่นขนาดไหน ไปชมวีดิโอกันครับ

บ้านเมืองเราไม่มีหิมะ บางทีก็ไม่หนาวเลย อยากมีแบบเค้าบ้าง
แต่ว่าจริงๆแล้ว แม้ว่าหิมะจะดูสวยงาม แต่ก็ทำให้ชีวิตลำบากขึ้นเหมือนกัน


เมื่อวานผิวถนนหลังหิมะตกในแถบกรุงวอชิงตันลื่นขนาดไหน ไปชมวีดิโอกันครับ กับประมวลภาพความวุ่นวายที่แทบจะกลายเป็นความโกลาหล หลังหิมะตกความหนาเพียง 1 นิ้ว ย่านนครหลวงแห่งสหรัฐฯ

ความวุ่นวายที่แทบจะกลายเป็นความโกลาหลหลังหิมะตกเพียง 1 นิ้ว
เมื่อวานผิวถนนหลังหิมะตกในแถบกรุงวอชิงตันลื่นขนาดไหน ไปชมวีดิโอกันครับ กับประมวลภาพความวุ่นวายที่แทบจะกลายเป็นความโกลาหล หลังหิมะตกความหนาเพียง 1 นิ้ว ย่านนครหลวงแห่งสหรัฐฯ
Posted by VOA Thai on Thursday, January 21, 2016
http://board.postjung.com/942035.html

เตือน! 23-26 มค. หนาวจัด!


ยังยืนยันข้อมูลครับ มวลอากาศเย็นอีกระลอก จะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย            ตั้งแต่18มค.2559 และจะทอดยาวไปจนถึงปลายเดือนมค.ระหว่างวันที่23-26มค.จะเป็นช่วงที่หนาวเย็นมาก
คาดว่าเย็นจะแผ่ลงมาถึงภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เตรียมเสื้อหนาวดูแลสุขภาพกันด้วยครับ.. ส่วนภาคใต้ในช่วงเดียวกันจะมีฝนเพิ่มขึ้น และคลื่นลมแรงครับ..วันนี้อยู่ที่ไหนอากาศเป็นอย่างไรบ้าง ส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบ้างนะครับ..
ที่มา:http://board.postjung.com/941043.html

สะเทือนใจ!! "โบว์" ร้องไห้กลางงานศพ "ปอ" ขอให้คุณโบว์เข้มแข็งไว้ๆ อัพเดท คืนวันที่ 3

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 21 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พิธีสวดพระอภิธรรมศพ"ปอ"ทฤษฏี สหวงศ์ เป็นคืนที่ 3 ณ วัดกลางพระอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธาน พร้อมผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมเป็นเจ้าภาพอีก 28 คณะ ทั้งนี้ นายเสรีได้มอบเงินประกันสังคมที่สำนักงานประกันสังคม มอบให้ครอบครัวและทายาทของปอ โดยเป็นเงินสะสมที่ทำงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 ถึง 2547 รวม 36 งวด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่มาร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพในคืนนี้ ยังมีเป็นจำนวนมากประมาณ 5,000 คนจนล้นศาลาวัด ทำให้เจ้าภาพต้องนำเก้าอี้มาวางเสริมบริเวณเมรุ และถนนข้างศาลา แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ต้องยืนฟังการสวดอยู่รอบศาลา และบางส่วนถึงกับต้องขึ้นไปนั่งบริเวณบันไดของเมรุ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทั้งนี้ ในวันที่ 24 ม.ค.จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่พระสงฆ์กำลังสวดพระอภิธรรม "โบว์"แวนดา สหวงษ์ นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ จนคุณพ่อ และคุณแม่ของ"โบว์ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ต้องเข้าไปกอดปลอบใจลูกสาว จนหยุดสะอื้นไห้ โดยคุณพ่อยังลูบศรีษะของโบว์ด้วยความห่วงใยและเอ็นดูลูกสาวเป็นอย่างยิ่ง
http://www.siamupdate.com/news-180362

น่ารักสดใส!!! แม่โบว์จัดแจงเริ่มมัดผมจุกให้น้องมะลิ เพื่อเตรียมตัวรับแขกที่จะมาร่วมไว้อาลัยให้กับพ่อ ปอ ทฤษฎี วันนี้!!! (มีคลิป)

 เริ่มทำใจได้แล้ว เมื่อแม่โบว์กำลังช่วยมัดผมจุกให้ลูกสาวสุดที่รักน้องมะลิ เพื่อรอรับประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยในงานศพของ ปอ ทฤษฎี โดยเป็นภาพบรรยากาศที่ศาลาธรรมานุภาพ วัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ เริ่มมีประชาชนและเเขกเหรื่อเดินทางมาร่วม­เคารพศพพระเอกชื่อดัง ปอ ทฤษฎี กันตั้งแต่ช่วงเช้า

เลขเงินล้าน1/2/59 ชุด บนล่าง (เข้าบ่อยมาก) 1 กุมภาพันธ์ 2559 หวยเด็ดวันนี้

หวยดัง เลขเด็ด 1/2/59 หวย งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เลขเงินล้าน พบกับข้อมูล หวยเด็ด เลขดัง ได้ที่นี่ ทุกวัน ** ขอบคุณเจ้าของข้อมูลทุกท่าน** เลขเด็ด เลขดัง 01 กุมภาพันธ์ 2559 รวมรวมไว้ที่นี้ ใช้เพื่อวิเคราะห์ล็อตเตอรี่­เท่านั้น 01/02/59 หวย1กพ 59 หวย01/02/59 เลข01/02/59 01 กุมภาพันธ์ 59 กดติดตาม เพื่อชมคลิปใหม่ก่อนใคร


https://www.youtube.com/watch?v=Q8-HdRUHQEg

มาแล้ว เลขเด็ดคนชอบเล่นหวย งวดวันที่ 1/02/59 (ผลงานเข้าล่าง 50)

ได้มาแล้วชุดล่างแม่นๆ ผลงานเข้าล่าง 50ตรงๆ เลขเด็ดคนชอบเล่นหวย ประจำงวดวันที่ 1/02/59 อย่าลืมเซฟเก็บใว้ด้วยครับ...ขอให้ทุกคนโชคดี แนะนำล็อตเตอรรี่เท่านั้น
ขอบคุณเจ้าของข้อมูล

ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นแนวทางซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้น


http://www.lotterythaithai2.com/2016/01/10259-50_21.html

เจองี้มีเงิบ!!ลูกค้าโวยสั่งข้าวกล่อง40บาท ได้มาแต่วิญญาณกุ้ง!

 21 ม.ค. เฟซบุ๊คPattrawadee Leamklang ได้มีการโพสต์ภาพข้าวกล่องที่มีกุ้งตัวเล็กโปะมาให้ 1 ตัว พร้อมกับซองพริกน้ำปลา 1 ซอง โดยเขาได้ระบุว่า
"#ฝากถึงร้านขายข้าวในฟาร์มนะคะ (เมื่อวานนี้เราสงสารเพื่อนจริงๆๆ) ข้าวกล่องวิญญาณกะเพรา ดูเอาเพราะอะไรถึงตั้งชื่อนี้ เราไปดูโชว์ที่ฟาร์มจระเข้ แล้วสั่งข้าวกล่องมากิน พี่เขาลดราคาจาก 45 เป็น 40 บาทให้เรา เนื่องจากเห็นว่าเป็นเด็กนักเรียน แต่เมื่อเราเปิดกล่องข้าวมา เนื่องจากความหิวมาก แต่แล้วก็ต้องตกใจกับปริมาณของกับข้าวที่พี่เขาให้เราแบบจุกใจ เห้อ อิ่มจนน้ำตาจะไหลต้องกินข้าวกับน้ำปลา แล้วมองตัวกุ้ง นึกถึงรสชาติผัดกะเพรา ได้ฟีลมากมั้ง เห้อ บอกเลยนะ ไม่ประทับใจอย่างแรง ตอนไปดูโชว์ก็พูดภาษาจีน คนขายของก็พูดจีน ราคาป้ายก็ภาษาจีน จะดูแลนักท่องเที่ยวจีนดีไปแล้ว ...คนไทย...อิจฉาอ่ะ อยากได้สวัสดิการดีๆๆ ราคากันเอง บ้างๆ เสียใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ไป และคงเป็นครั้งสุดท้ายที่ไปแล้วแหละ"

หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ต่างบอกเหน็บแนมด้วยความขบขันว่าเป็นวิญญาณกะเพรากุ้ง ขณะเดียวกันได้เรียกร้องให้เจ้าของฟาร์มจระเข้ดังกล่าวออกมาแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง



ที่มา :http://socialnews.teenee.com/penkhao/697.html 

เรื่องจริง!! รวบ "เก่ง ลายพราง" 21 ม.ค. แต่เป็นคดีเก่า รายละเอียดดังนี้!!

      สยามอัพเดทได้รับรายงานจากตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จับกุมนายปัญญา ยิ้มอำไพ หรือ เก่ง ลายพราง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย และร่วมกับพวกซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด นำยาเสพติดเข้ามาในเรือนจำโดยทางใดๆ อันฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของเรือนจำ โดยจับกุมเก่ง ลายพรางได้ในบ้านพักย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี และยอมรับตลอดข้อกล่าวหา

      สำหรับเก่ง ลายพราง เป็นเน๊ตไอดอลในสื่อโชเชียลและรับงานแสดงในวงการบันเทิง มีรายได้เดือนละ กว่า 3 แสนบาท ซึ่งเมื่อปี 2546 เคยถูกตำรวจจับกุมมาแล้วในคดียาเสพติด ก่อนจะพ้นโทษออกมาในปี 2554 ซึ่งต่อมาตำรวจตรวจค้นเรือนจำและพบยาไอซ์ภายในเรือนนอนที่เก่งเคยอยู่ขณะ ต้องโทษ ต่อมาตำรวจใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐาน จนเสนอศาลอนุมัติหมายจับได้เมื่อปี 2558 และตามจับกุมได้เช้ามืดวันนี้(21 ม.ค.)

    ขณะที่นายอำนวย หอมชื่นใจ หรือ ฉายา “ แจ็ค วัดดาว” อายุ33ปี และ นาย ลทวีศักดิ์ หรือไม้ วิโรจน์สกุล อายุ19ปี ถูกตำรวจ ส.น.บางพลัดจับกุมที่ซอยอรุณอัมรินทร์30 พร้อมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นนูโว เงินสด9,600บาท โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ผู้หญิง1ใบ มีดอีโต้ 1 เล่ม และหมวกกันน็อค หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์แม่ค้าส้มตำ  ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์95/1 โดยใช้มีดอีโต้ข่มขู่บังคับกาอานลักทรัพย์สินไปเหตุเกิดกลางดึกวันที่20 ม.ค.ที่ผ่านมา
    สอบสวนนายอำนวย รับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยทรัพย์สินที่ได้เป็นกระเป๋าสะพายภายในมีเงินสด16,000บาท โทรศัพท์มือถือ1เครื่อง และทรัพย์สินอื่นๆ โดยเงินที่ได้จะนำไปซื้อบริการทางเพศย่านสนามหลวง หมดเงินไป4,000บาท ส่วนเงินที่เหลือนำไปแบ่งกัน
ตรวจสอบประวัติ พบว่านายอำนวยเคยก่อคดีทั้งวิ่งราวทรัพย์ เสพยาเสพติด การพนันและทำร้ายร่างกาย รวม 9 คดี ส่วนนายทวีศักดิ์ เคยก่อคดีพยายามชิงทรัพย์ในพื้นที่สน.บางพลัดเมื่อปี 2557
ที่มา:  http://www.siamupdate.com/news-180361

นอนโรงแรมดัง ตื่นมาคันแปลกๆ พอเห็นร่างกายตัวเองเท่านั้นละ แทบช็อก!!

แชร์ประสบการณ์จริง“ตัวเรือด”ภัยร้ายที่อยู่ในที่นอนคุณ เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ไปนอนโรงแรมแห่งหนึ่งที่ ภูเก็ต ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว ซึ่งภายในห้องก็ดูไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ตอนไปพักได้ทำกิจกรรมมาทั้งวันซึ่งเหนื่อยมาก และได้นอนหลับ แต่ก็รู้สึกว่าที่นอนนี้ นอนแล้วคันแปลกๆ แต่ด้วยความเหนื่อย จึงนอนหลับไป ตื่นมาเท่านั้นละ มีรอยเต็มไปหมด ทั้งคันทั้งเจ็บ เพราะเกา จึงอยากฝากเพื่อนๆ เวลาไปนอนไหนโปรดระวังด้วย

“ตัวเรือด”อยู่เคียงคู่มนุษย์มาตั้งแต่ยุคหิน มันมีวิวัฒนาการมาพร้อมๆ กับคนและ “นอน” บนเตียงเดียวกับเราคืนแล้วคืนเล่า คอยดูดเลือดยามนอนหลับแล้วหายลับไป ทิ้งไว้แต่เพียงอาการแพ้ที่อาจเป็นฝันร้ายของใครหลายคน เนื่องจากร่างกายมนุษย์คือ สิ่งดึงดูดตัวเรือดที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากร่างกาย ความร้อนโดยเฉพาะขณะห่มผ้าความร้อนจะสะสมได้ดี รวมถึงเวลาพลิกตัวไปมาระหว่างนอนหลับ ตัวเรือดจะตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ด้วย และเมื่อมีตัวหนึ่งเจอเหยื่อ มันจะปล่อยฟีโรโมนชนิดหนึ่ง (Aggregation Pheromone) เรียกเพื่อนมากินพร้อมกัน ทำให้ผิวหนังที่ถูกกัดมีลักษณะเป็นผื่นเพราะถูกเรือดรุมกินโต๊ะนั่นเอง

และมันสามารถเป็นแหล่งอาศัยของไวรัสอันตรายอย่าง เชื้อไวรัสตับอักเสบบี และเชื้อไวรัสเอชไอวี หากมันดูดเลือดคน น้ำลายของมันจะทำให้เกิดอาการแพ้ และอักเสบที่ผิวหนัง จากจุดเล็กๆ ก็จะกว้างขึ้นและยิ่งเกาก็ยิ่งใหญ่ขึ้น

ตัวเรือดในประเทศไทยพบมากในโรงแรม รีสอร์ท เกสต์เฮาส์ โฮสเทล หรือที่พักที่มีคนหลายชาติผลัดเปลี่ยนเข้าพักอยู่เป็นประจำ มันคือตัวปัญหาที่บานปลาย จนเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการด้านที่พักต้องหันมาสนใจเจ้าแมลงล้านปีชนิดนี้

ด้าน นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญการกำจัดตัวเรือดในประเทศไทย กล่าวด้วยว่า “ตัวเรือดมักอยู่ในโรงแรมห้าดาว” โดยไม่เกี่ยวกับว่าโรงแรมนั้นจะสกปรกหรือสะอาด เพราะมันจะอาศัยอยู่ตามซอกหลืบ โดยพบในโรงแรมที่กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ กระบี่ และภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งสิ้น
จุดที่พบมากที่สุดในห้องพัก คือ เตียงและชั้นวางกระเป๋าเดินทาง รองลงมา คือ ตู้เสื้อผ้าและโซฟา และพบบ้างในห้องน้ำ และบนผ้าม่าน ซึ่งมีสิ่งบ่งชี้อยู่ 4 อย่าง ได้แก่ ตัวเรือด ทั้งที่มีชีวิตและรอยเลือดคนที่อาจพบ เพราะหลังจากที่มันดูดเลือดจนอิ่มแล้ว ขนาดตัวมันจะใหญ่ขึ้น เดินอุ้ยอ้าย และไม่สามารถกลับเข้าไปในหลืบเล็กๆ ได้อีก ซึ่งในขณะที่นอนหลับมีโอกาสที่คนจะไปนอนทับมันได้ รอยเปื้อนมูลดำของเรือด เป็นจุดเล็กๆ สีดำที่มันชอบทิ้งไว้ คราบของเรือดที่ลอก และไข่ของเรือดเป็นลักษณะวงรีสีขาวขนาดเล็กที่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
หากพบสิ่งบ่งชี้อย่างใดอย่างหนึ่งทางโรงแรมต้องจัดการกำจัดให้หมดสิ้น ห้ามแก้ปัญหาโดยการปิดห้องไม่ให้แขกเข้าพักแล้วหวังให้ตัวเรือดอดอาหารตาย ความจริงคือตัวเรือดสามารถอดอาหารได้ถึง 5 เดือน และมันสามารถเดินได้ไกล 6 ม. เพื่อออกมาหาอาหารแล้วกลับไปยังที่ซ่อนเดิม
ที่มา:  http://www.siamupdate.com/news-180356

 
closdclosd